<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-1040139912002593366</id><updated>2011-11-28T08:42:07.823+07:00</updated><category term='ไส้เดือน'/><category term='การ เลี้ยง ไส้เดือน ดิน'/><category term='การเลี้ยงไส้เดือน'/><category term='ไส้เดือนดิน'/><category term='เลี้ยงไส้เดือน'/><category term='การ เพาะ เลี้ยง ไส้เดือน'/><title type='text'>การเลี้ยงไส้เดือน</title><subtitle type='html'>การเลี้ยงไส้เดือน,การ เพาะ เลี้ยง ไส้เดือน,การ เลี้ยง ไส้เดือน ดิน,วิธี การ เลี้ยง ไส้เดือน,การ เลี้ยง ไส้เดือน ขาย,การ เลี้ยง ไส้เดือน เพื่อ การ ค้า,การ เพาะ เลี้ยง ไส้เดือน ดิน</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1040139912002593366/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>11</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1040139912002593366.post-4394116824581476156</id><published>2010-04-01T12:23:00.002+07:00</published><updated>2010-04-01T12:23:27.009+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เลี้ยงไส้เดือน'/><title type='text'>เลี้ยงไส้เดือน</title><content type='html'>หันมา เลี้ยงไส้เดือน กันเถอะ&lt;br /&gt;ทำไหมผมถึงอยากให้ทุกคนหันมา เลี้ยงไส้เดือนกันนะเหรอะมีเห็ตผลมากมายหลายประการด้วยกันเหตุผลแลกเลยก็คือการเลี้ยงไส้เดือนทำให้เรามีรายได้ โดยเลี้ยงไส้เดือนขาย&lt;br /&gt;ประการที่สองที่อยากให้เลี้ยงไสเดือนกันก็เพราะว่าไส้เดือนทำให้พืชต่างๆเจริญเติบโตได้ดีเพราะสารอืนทรีย์ในไส้เดือนเมื่อตายไปก็จะกลายเป็นปุ๋ยให้กับต้นไม้และพืชต่างๆในธรรมชาติ&lt;br /&gt;แค่สองประการก็เห็นว่ามันคุ้มแค่ไหนที่เราจะ เลี้ยงไส้เดือน นอกจากนั้น เลี้ยงไส้เดือนยังง่ายมากในปัจจุบันเพราะว่าอะไรนั้นเหรอครับก็เพราะว่าอุปกรณ์ในการ เลี้ยงไส้เดือนในปัจจุบัน&lt;br /&gt;หาได้ง่ายมากกล่าวคืออุปกรณ์และความรู้เกี่ยวกับ เลี้ยงไส้เดือนหาได้ง่ายๆตามตลาดทั่วไปครับ เพราะเหตุนี้เราจึงมาเลี้ยงไส้เดือนกันเถอะครับ เลี้ยงไส้เดือน เลี้ยงไส้เดือน เย้ๆ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1040139912002593366-4394116824581476156?l=xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/feeds/4394116824581476156/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/2010/04/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1040139912002593366/posts/default/4394116824581476156'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1040139912002593366/posts/default/4394116824581476156'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/2010/04/blog-post.html' title='เลี้ยงไส้เดือน'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1040139912002593366.post-986159596338117643</id><published>2010-03-28T21:30:00.002+07:00</published><updated>2010-03-28T21:30:14.821+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ไส้เดือนดิน'/><title type='text'>ไส้เดือนดิน</title><content type='html'>ไส้เดือนดินมีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า Earthworm เป็นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกันหลัง ไส้เดือนดิน จัดอยู่ในตระกูลไฟลัมแอนเนลิดา มีลักษณะของสำตัวจะเป็นข้อปล้องนะครับส่วนมากจะพบ&lt;br /&gt;ได้ทั่วไปในดิน ใต้กองไบไม้หรือมูลสัตว์ ไส้เดือนดิน นั้นมีการสืบพันธุ์โดยการฉีดสเปิร์มเข้าตัวเมียวครับ(คล้ายๆกับมนุษย์เลยเหอะ)ส่วนพฤติกรรมของไส้เดือนดินนั้นจะมีการออกลูกเป็นไข่นะ&lt;br /&gt;ครับหลายๆคนอาจจะเข้าใจผิดไปนะครับ มาดูบทบาทที่สำคัญของเจ้าไส้เดือนดินกันครับ บทบาทในระบบนิเวศของเจ้า ไส้เดือนดิน คือทำหน้าที่ ย่อยจุลนทรีย์&lt;br /&gt;วงจรชีวิตไส้เดือนดิน&lt;br /&gt;&amp;nbsp;การ ผสมพันธุ์ของไส้เดือนดิน&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไส้เดือนดินโดยปกติจะผสมพันธุ์กันในช่วง กลางคืนนะครับ โดย ไส้เดือนดิน สองตัวมาจับคู่กันโดยใช้ด้านท้องแนบกันและสลับหัวสลับหางกัน ช่องสืบพันธุ์เพศผู้ของตัวหนึ่งจะแนบกับ&lt;br /&gt;ช่องสเปิร์มมาทีกาของอีกตัวหนึ่ง โดยมีปุ่มสืบพันธุ์กับเมือกบริเวณไคลเทลลัมยึดซึ่งกันและกันเอาไว้ สเปิร์มจากช่องสืบพันธุ์เพศผู้ของตัวหนึ่งจะส่งเข้าไปเก็บในถุงสเปิร์มมาที กาที่ละคู่จนครบ&lt;br /&gt;ทุกคู่ การจับคู่จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงแยกออกจากกัน&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใน ขณะที่มีการจับคู่แลกเปลี่ยนสเปิร์มกัน ไส้เดือนดินทั้ง 2 ตัว จะไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกอย่างฉับพลัน กรณีเช่นสิ่งเร้าจากการสัมผัสและแสง เมื่อไส้เดือนดินแยกจากกัน ประมาณ 2-3 วัน &lt;br /&gt;จะมีการเปลี่ยนแปลงบริเวณไคลเทลลัม เพื่อสร้างถุงไข่ ( Cocoon ) ต่อมเมือกจะสร้างเมือกคลุมบริเวณไคลเทลลัมและต่อมสร้างโคคูน ( Cocoon secreting gland ) &lt;br /&gt;จะสร้างเปลือกของโคคูน ซึ่งเป็นสารคล้ายไคติน สารนี้จะแข็งตัวเมื่อถูกอากาศกลายเป็นแผ่นเหนียวๆ ต่อมาต่อมสร้างไข่ขาว ( Albumin secreting gland) จะ ขับสารอัลบูมินออกมาอยู่ในเปลือกของโคคูน &lt;br /&gt;Pheretima ซึ่ง มีช่องสืบพันธุ์เพศเมียอยู่ที่ไคลเทลลัม จะปล่อยไข่เข้าไปอยู่ในโคคูน หลังจากนั้น โคคูนจะแยกตัวออกจากผนังตัวของไส้เดือนดินคล้ายกับเป็นปลอกหลวมๆ เมื่อไส้เดือนหดตัวและเคลื่อนถอยหลัง โคคูนจะเคลื่อนไปข้างหน้า &lt;br /&gt;เมื่อเคลื่อนผ่านช่องเปิดของถุงเก็บสเปิร์ม ก็จะรับสเปิร์มเข้าไปในโคคูน และมีการปฏิสนธืภายในโคคูน เมื่อโคคูนหลุดออกจากตัวไส้เดือนดินปลายสองด้านของโคคูนก็จะหดตัวปิดสนิท เป็นถุงรูปไข่มีสีเหลืองอ่อนๆ ยาวประมาณ 2-2.4 มิลลิเมตร &lt;br /&gt;กว้างประมาณ1.2-2 มิลลิเมตร ถุงไข่แต่ละถุงจะใช้เวลา 8-10 สัปดาห์จึงฟักออกมา โดยทั่วไปจะมีไข่ 1-3 ฟอง ขึ้นอยู่กับแต่ละสายพันธุ์ ไส้เดือนบางชนิดอาจมีไข่มากถึง 60 ฟอง &lt;br /&gt;ตัวอ่อนของ ไส้เดือนดินที่อยู่ในไข่ก็จะเจริญและพัฒนาร่างกายในส่วนต่างๆ โดยใช้สารอาหารที่อยู่ภายในถุงไข่ ระหว่างที่ตัวอ่อนเจริญเติบโตและพัฒนาอยู่ในถุงไข่นั้น ผนังของถุงไข่ก็จะเปลี่ยนสีไปด้วย โดยถุงไข่ที่ออกจากตัวใหม่ๆ จะมีสีจางๆ และเมื่อเวลาผ่านไปสี&lt;br /&gt;ของถุงไข่ก็จะมีสีที่เข้มขึ้นตามลำดับ และจะฟักเป็นตัวในเวลาต่อมา ไส้เดือนดินบางสายพันธุ์สามารถที่จะสืบพันธุ์แบบไม่ต้องเกิดการผสมกัน ระหว่างไข่กับสเปิร์มได้ ซึ่งเป็นการสืบพันธุ์แบบ Parthenogenetically&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;br /&gt;จะพบลักษณะการสืบพันธุ์เช่นนี้ได้ใน ไส้เดือนดินสกุล Dendrobaena&amp;nbsp; เป็นต้น ซึ่งพบว่ามักจะมีการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยการผสมพันธุ์ นอกจากการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศแล้วยังมีการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเซลล์สืบ พันธุ์ด้วยเช่น กระบวนการแบ่งเป็นชิ้นเล็ก &lt;br /&gt;และ กระบวนการงอกใหม่ &lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อิทธิพลของ สภาพแวดล้อมต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของไส้เดือนดิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับช่วงเวลาการเจริญเติบโตของไส้เดือนดิน เมื่อฟักออกจากถุงไข่แล้ว องค์ประกอบสิ่งแวดล้อมมีผลกระทบอย่างมากต่อระยะเวลาเจริญเติบโตของไส้เดือน ดิน ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ ความชื้น ขึ้นอยู่กับการดำรงชีวิตของแต่ละสายพันธุ์ บางสายพันธุ์ใช้เวลาเติบโต 17-19 &lt;br /&gt;สัปดาห์ เมื่อเลี้ยงที่อุณหภูมิ 15 องศาเซลเซียล บางสายพันธุ์ใช้เวลา 13 สัปดาห์ที่ 18 องศาเซลเซียล&amp;nbsp; ไส้เดือนดินจะมีอายุขัย ยืนยาวถึง 4 – 25 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละสายพันธุ์ สำหรับประเทศไทยอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเลี้ยงไส้เดือนดิน อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 15-25 &lt;br /&gt;องศาเซลเซียล ในฤดูฝนที่มีความชื้นสูงไส้เดือนจะสร้างถุงไข่ได้มากกว่าช่วงฤดูร้อนและฤดู หนาว เพราะฉนั้นอุณหภูมิและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมสามารถทำให้ชีวิตของไส้เดือนดิน ดำรงชีวิตได้ยาวนานขึ้น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1040139912002593366-986159596338117643?l=xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/feeds/986159596338117643/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/2010/03/blog-post_28.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1040139912002593366/posts/default/986159596338117643'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1040139912002593366/posts/default/986159596338117643'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/2010/03/blog-post_28.html' title='ไส้เดือนดิน'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1040139912002593366.post-151127544527901945</id><published>2010-03-26T22:05:00.000+07:00</published><updated>2010-03-26T22:05:22.664+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ไส้เดือน'/><title type='text'>ไส้เดือน</title><content type='html'>ไส้เดือน ปัจจุบันนี้อาชีพการเลี้ยงไส้เดือนกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะว่าเลี้ยงง่ายมากและก็เมื่อต้องการนำไปขายก็ได้ราคาดีมาก ไส้เดือน เป็นสัตว์ที่มีประโยชน์เป็นอย่างมากเปลียบเสมือนเป็นรถไถขนาดเล็กที่ทำหน้าที่ไถพรวนดินย่างขยันขันแข็งโดยไม่มีการบ่นเลยแม้แต่น้อย และในตัว ไส้เดือน ก็มีสารเคมีหลายๆอย่างที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืชและไม่มีผลข้างเคียงสำหรับคนที่ซื้อผลไม้หรือผักที่เป็นผลผลิตจากการ กลายเป็นปุ๋ยของ ไส้เดือน ที่ทำหน้าที่ดูแลและ่ส่งเสริมการเติบโตของพืชต่างๆ จากสมัยก่อนที่เราจะหาข้อมูลเกี่ยวกับไส้เดือนแต่ละทีจะทำได้อย่างอยากลำบากแต่ในปัจจุบันนี้เราสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับไส้เดือนและการเลี้ยงไส้เดือนได้โดยง่ายเพราะทุกวันนี้ได้มีเว็บไซต์หลายๆที่ที่เปิดขึ้นมาเพื่อที่จะเป็นที่แลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการเลี้ยง ไส้เดือน โดยเฉพาะ อย่างเช่น Blog แห่งนี้ก็เหมือนกันที่จะพูดถึงการเลี้ยง ไส้เดือน โดยเฉพาะเพื่อให้ท่านที่ต้องการทราบถึงพื้นฐานของการเลี้ยงและดูแล ไส้เดือน&amp;nbsp; ถ้าทุกวันนี้เลือกได้ผมอยากให้พวกเราหันมามองการเกษตที่เป็นผลผลิตมาจากธรรมชาติมากขึ้นเพื่อที่จะได้เป็นผลดีกับคนส่วนมาก และที่สำคัญที่สุดป็ผลดีแก่โลกใบนี้ของเราอีกด้วย ยังไหงก็อยากให้ทุกคนหันมาดูแลโลกใบนี้นะครับเพื่อความความสุขของทุกฝ่าย ขอให้มีความสุขกับการเลี้ยงไส้เดือนครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1040139912002593366-151127544527901945?l=xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/feeds/151127544527901945/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/2010/03/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1040139912002593366/posts/default/151127544527901945'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1040139912002593366/posts/default/151127544527901945'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/2010/03/blog-post.html' title='ไส้เดือน'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1040139912002593366.post-2044029081088748572</id><published>2009-09-11T09:07:00.002+07:00</published><updated>2009-09-11T09:13:32.164+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเลี้ยงไส้เดือน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การ เลี้ยง ไส้เดือน ดิน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การ เพาะ เลี้ยง ไส้เดือน'/><title type='text'>ขั้นตอนวิธีการเลี้ยงไส้เดือน</title><content type='html'>วันนี้ขอแนะนำวิธีการเลี้ยงไส้เดือน การเพาะเลี้ยงไส้เดือนครับ  ก็ลองทำตามดูนะครับยังไหงเดียวผมกลับมาอัพเดตตอนต่อๆไปให้นะครับ&lt;br /&gt;สภาพแวดล้อม เช่น อุณหภูมิ ความชื้น การถ่ายเทอากาศ อาหาร และสภาพความเป็นกรด – ด่าง มีอิทธิพลต่อการขยายพันธุ์ การเจริญเติบโตและสุขภาพของไส้เดือนอุณหภูมิไส้เดือนจะตายเมื่ออุณหภูมิถึง จุดเหยือกแข็ง อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ ระหว่าง 29.4 - 32.2 ๐ ซบางสายพันธุ์ สามารถดํารงชีวิตได้ ในอุณหภูมิ 37.8 ๐ ซ แตต้องมีการพลางแสงอย่างดี และมีความชื้นพอเพียง การเลี้ยงไส้เดือนเพื่อ การค้าจะเลี้ยงในอุณหภูมิ 15.6-26.7 o ซ ในระยะวางไข่และฟักไข่ ควรควบคุมอุณหภูมิประมาณ 15.6-21 o ซแสง ไส้เดือนไม่ต้องการแสงสว่าง แสงอุลต้าไวโอเล็ท เป็นอันตรายต่อไส้เดือน เมื่อถูกแสงแดดที่มีความเข้มแสงสูงไส้เดือนจะเกิดอาการอัมพาต ปล่อยน้ำเมือกจากลำตัวออกมาเพื่อรักษาความชื้นแวดล้อมโดยรอบ ซึ่งเป็นกลไกรักษาชีวิตให้อยู่รอดของใส้เดือน ดังนั้นจึงจําเป็นต้องใช้ ภาชนะปิดป้องกันแสง และไม่ต้องการถูกรบกวนจากการคุ้ยเขี่ย เพราะว่าหลังจากการคุ้ยเขี่ย ใส้เดือนจะหยุดกินอาหารไประยะหนึ่ง ดังนั้นการขุ้ยเคี่ยโดยไม่จำเป็นจึงเป็นพฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความชื้นไส้เดือนต้องการความชื้นอย่างพอ เพียงสําหรับการเจริญเติบโต แต่ไม่ควรให้แฉะหรือมีน้ำขัง ไม่ควรให้ได้รับแสงโดยตรง ซึ่งเป็นสาเหตุให้อุณหภูมิสูง ไส้เดือนแห้งตาย หยุดการขยายพันธุ์ระยะฟักไข่ ควรให้วัสดุเลี้ยงอบอุ่น งดให้น้ำเป็นเวลาหลายวัน จนกระทั้งผิวหน้าดิน 1-2 นิ้วเริ่มแห้ง หลังจากนั้นจะให้มีความชื้นตามปกติการถ่ายเทอากาศไส้เดือนสามารถคงชีวิตอยู่ ได้ในสภาพที่มีปริมาณออกซิเจนต่ำ และ ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์สูง หรือในที่มีน้ำขัง ถ้าหากมีออกซิเจนที่ละลายน้ำในปริมาณที่พอเพียง แต่โดยทั่วไปในกรณีที่มีน้ำขังเป็นสาเหตุให้ชะงักการเจริญหรือตายความเป็น กรด-ด่างโดยทั่วไปไส้เดือนสามารถเจริญได้ในดินที่มี pH 4.2-8.0 แต่การเลี้ยงเพื่อการค้าต้องควบคุมให้มีสภาพเป็นกลาง (pH 7) ในสภาพเป็นกรดควรใส่ปูนขาวหรือโดโลไมด์ภาชนะสําหรับเลี้ยงการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อ ขยายพันธุ์สามารถใช้ ลังไม้ ตะกร้าไม้ไผ่ ตะกร้าพลาสติก ถังซีเมนต์กลม ส่วนการเลี้ยงไส้เดือน การเพาะเลี้ยงไส้เดือนเป็นการค้าใช้บ่อซีเมนต์ขนาดขึ้นอยู่กับพื้นที่ความสะดวกใน การทํางาน โดยที่อาศัยหลักที่ว่าในพื้นที่ 1 ตารางเมตรจะต้องมีใส้เดือนที่จะอาศัยอยู่สบาย น้ำหนักประมาณ ½ ก.ก.หรือจำนวนตัวโดยประมาณ 500 ตัว และแยกออกมาใส่ภาชนะใหม่ทุก 30-60 วัน พื้นบ่อควรทำทางระบายน้ำไม่ให้น้ำขัง ด้านข้างบ่อควรมีทางระบายน้ำและบ่อเก็บน้ำสำหรับเก็บน้ำหมักที่ได้จากการ ย่อยสลายอินทรียวัตถุที่เรานำมาเป็นอาหารใส้เดือน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1040139912002593366-2044029081088748572?l=xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/feeds/2044029081088748572/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/2009/09/blog-post_11.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1040139912002593366/posts/default/2044029081088748572'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1040139912002593366/posts/default/2044029081088748572'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/2009/09/blog-post_11.html' title='ขั้นตอนวิธีการเลี้ยงไส้เดือน'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1040139912002593366.post-2112301602831394513</id><published>2009-09-07T16:08:00.001+07:00</published><updated>2009-09-07T16:10:13.615+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเลี้ยงไส้เดือน'/><title type='text'>การจัดกลุ่มของไส้เดือน</title><content type='html'>การจัดกลุ่มไส้เดือนเป็นพื้นฐานหนึ่งในการเลี้ยงไส้เดือนนะครับ&lt;br /&gt;Nightcrawlers : Lumbicus terrestris L.(Lumbricidae) ไส้เดือนเขตหนาว กินอาหารจากด้านล่างกอง สามารถเก็บจากแปลงปลูกหรือสนามหญ้าในตออนกลางคืน ใช้เป็นเหยื่อตกปลาไม่นิยมเลี้ยงในเชิงการค้า เนื่องจากขยายพันธุ์ช้า และต้องการสภาพแวดล้อมพิเศษ เลี้ยงยาก ขนาดลําตัว 6-10 มิลลิเมตร ยาว 90-300 มิลลิเมตร สีด้านในจะเข้มกว่าด้านนอก อยู่ลึกลงไปในดินถึง 2.5 เมตร อายุ 862 วัน หรือเกินกว่า 6 ปี โตเต็มวัยในเวลา 350 วัน ไข120-160 ฟองต่อตัวต่อปี เหมาะสำหรับปล่อยลงไปในแปลงปลูกไม้ผล เนื่องจากเจาะลงไปในดินลึก ช่วยในการไหลซึมผ่านของน้ำEuropean Night Crawlers (Dendrabaena veneta )หรือ (Eisenia hortensis ) หลายบริษัทไดขยายพันธุเพื่อการค้า สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี European night crawler มีความยาว 4-8 นิ้ว African Night Crawler : Eudrilus eugeniae เป็นสายพันธุ์เขตร้อน มีขนาดใหญ่ ทนทานต่ออุณหภูมิสูงได้ดีกว่า Eisenia foetida โดยเฉพาะเมื่อมีความชื้นอยู่อย่างพอเพียง แต่ไม่สามารถเจริญไดในอุณหภูมิต่ํากว่า 7 องซาเซลเซียส เมื่อรวมกันมากจะมีกลิ่นเหม็น และชอบหนีออกจากภาชนะที่เลี้ยงในเวลากลางคืนField worms (Garden worm): Allobophora caliginosa เหมาะสําหรับเหยื่อตกปลา ขยายพันธุ์ช้าไม่เหมาะสําหรับการนํามาเลี้ยงเพื่อการค้าManure worms หรือ Compost worms(Bandings, red wigglers or angleworms); Eisenia foetida (Savigny Lumbricidae) นิยมเลี้ยงในเชิงธุรกิจ รูปร่างกลม ขนาดลําตัว 3-5มิลลิเมตร ยาว 35-130 มิลลิเมตร สีม่วง หรือ แดง หรือแดงเข้ม หรือน้ำตาลปนแดง อายุ 4-5 ปไข่ 900 ฟองต่อตัวต่อปีRed worms; (Red mash worms, Red wriggler)Lumbricus rubellus(Hoffmeister),1843 อยู่ในกลุ่ม manure worms แต่แตกต่างที่ขนาดและสีRed worms มีขนาดใหญ่กว่าและสีเข้มกว่า ปัจจุบันผู้เลี้ยงไส้เดือนเป็นการค้าใช้สายพันธุmanure และ red worms ร้อยละ 80-90 ทนทานต่ออุณหภูมิสูง สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างได้ดีกินวัสดุอินทรีย์แถบทุกชนิด ที่อยูในกระบวนการย่อยสะลาย&lt;br /&gt;Tag:การเลี้ยงไส้เดือน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1040139912002593366-2112301602831394513?l=xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/feeds/2112301602831394513/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/2009/09/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1040139912002593366/posts/default/2112301602831394513'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1040139912002593366/posts/default/2112301602831394513'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/2009/09/blog-post.html' title='การจัดกลุ่มของไส้เดือน'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1040139912002593366.post-1910963141863915338</id><published>2009-08-30T17:09:00.001+07:00</published><updated>2009-08-30T17:12:26.651+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเลี้ยงไส้เดือน'/><title type='text'>การขยายพันธุ์</title><content type='html'>&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การขยายพันธุ์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SppQIdaCU6I/AAAAAAAAAE4/qqAIaoc4XN8/s1600-h/20070617164243.jpg"&gt;&lt;img style="cursor: pointer; width: 320px; height: 239px;" src="http://4.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SppQIdaCU6I/AAAAAAAAAE4/qqAIaoc4XN8/s320/20070617164243.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5375697211483116450" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;ถึงแม้จะมีสองเพศในตัวเดียวกัน (hermaphroditic)แต่ไส้เดือนจะไม่ผสมตัวเอง การผสมพันธุ์เกิดขึ้นโดยการสัมผัสกับตัวอื่นและแลกเปลี่ยนน้ำเชื้อตัวผู้ไข่ ฟักออกเป็นตัวภายในเวลา 3 อาทิตย ไข่อยู่ในถุง ประกอบด้วยตัวอ่อน 2-20 ตัว หรือเฉลี่ย 4 ตัว คัดตัวเต็มวัยอายุ 2-3 เดือน ปล่อยในบ่อขยายพันธุ์ ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ไส้เดือนวางไข่ทุก 7-10 วัน การฟักไข่ใช้เวลา 21 วัน ปริมาณไส้เดือนจะเพิ่มขึ้น เป็นสองเท่าในเวลา 60-90 วัน การให้อาหารจะวางเป็นแถวตามแนวขวาง เพื่อให้ไส้เดือนสัมผัสกัน และการเลี้ยงไส้เดือนของไท่านมีประสิทธิ์ภาพมากยิ่งขึ้น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1040139912002593366-1910963141863915338?l=xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/feeds/1910963141863915338/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/2009/08/blog-post_30.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1040139912002593366/posts/default/1910963141863915338'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1040139912002593366/posts/default/1910963141863915338'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/2009/08/blog-post_30.html' title='การขยายพันธุ์'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SppQIdaCU6I/AAAAAAAAAE4/qqAIaoc4XN8/s72-c/20070617164243.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1040139912002593366.post-5002138209926779945</id><published>2009-08-26T04:27:00.002+07:00</published><updated>2009-08-26T04:32:54.527+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเลี้ยงไส้เดือน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การ เลี้ยง ไส้เดือน ดิน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การ เพาะ เลี้ยง ไส้เดือน'/><title type='text'>การทำปุ๋ยหมักไส้เดือน</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;การทำปุ๋ยหมักไส้เดือน&lt;br /&gt;Worm Composting&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpRXwozGCxI/AAAAAAAAABw/_Zb2Fr-McGs/s1600-h/2009126_52676.jpg"&gt;&lt;img style="cursor: pointer; width: 266px; height: 300px;" src="http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpRXwozGCxI/AAAAAAAAABw/_Zb2Fr-McGs/s320/2009126_52676.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5374016748456905490" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สิ่งที่ไส้เดือนกินเป็นอาหารก็คือดินเศษซากอินทรียวัตถุต่างๆสิ่งมีชีวิต&lt;br /&gt;เล็ก ๆ ในดินหรือแม้แต่เศษก้อนหิน เมื่อสิ่งเหล่านี้ถูกไส้เดือนกินเข้าไป&lt;br /&gt;แล้วถูกย่อยและถูกขับถ่ายออกมากลายเป็นปุ๋ยที่มีคุณภาพเยี่ยม&lt;br /&gt;การทำปุ๋ยหมักไส้เดือน&lt;br /&gt;ไส้เดือน เป็นสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในดิน ช่วยสร้างความสมบูรณ์ให้กับดิน จะสังเกตได้หากดินของใครมีไส้เดือนอยู่มาก ดินก็จะมีความสมบูรณ์ ต้นไม้จะงาม เพราะมีความสมบูรณ์กว่าดินทั่วไป 5-10 เท่า&lt;br /&gt;ความสมบูรณ์ของดินไส้เดือนสร้างได้โดยการที่ไส้เดือนกินอาหาร แล้วขับถ่ายออกมาซึ่ง สิ่งที่ไส้เดือนกินเป็นอาหารก็คือ ดิน เศษซากอินทรียวัตถุต่าง ๆ สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ในดินหรือแม้แต่เศษก้อนหิน เมื่อสิ่งเหล่านี้ถูกไส้เดือนกินเข้าไปแล้วถูกย่อยและถูกขับถ่ายออกมากลาย เป็นปุ๋ยที่มีคุณภาพเยี่ยม&lt;br /&gt;นอกจากนี้ไส้เดือนยังกินเศษพืชผัก ผลไม้จากบ้านเรือนและสวน เราจึงมาทำปุ๋ยหมักโดย การเลี้ยงไส้เดือนด้วยเศษผัก และผลไม้ในบ้าน เพื่อให้ไส้เดือนขับถ่ายออกมาเป็นปุ๋ยแล้วนำไปใส่ในแปลงพืชผัก และสามารถช่วยกำจัดขยะในบ้านอีกด้วย&lt;br /&gt;ชนิดไส้เดือน&lt;br /&gt;ชนิดตัวใหญ่ สีแดงอมเทา จะอยู่ในดินค่อนข้างลึก กินอาหารไม่เก่ง&lt;br /&gt;2. ชนิดตัวเล็ก สีแดง กินอาหารได้เก่ง ค่อนข้างรวดเร็ว ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนได้มาใน&lt;br /&gt;เวลาอันสั้น&lt;br /&gt;สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม&lt;br /&gt;ไส้เดือนชอบดินชื้น มีใบไม้และเศษซากพืช ซากสัตว์&lt;br /&gt;1. อุณหภูมิที่เหมาะสม อยู่ระหว่าง 12-25 องศาเซลเซียส ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่านี้ไส้เดือนอาจยังมีชีวิตอยู่ แต่จะไม่สืบพันธุ์และไม่ขยายจำนวน ถ้าต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส ไส้เดือนจะตาย ถ้าสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ไส้เดือนจะตายเช่นเดียวกัน&lt;br /&gt;2. ภาชนะที่ใช้เลี้ยงไส้เดือน ควรวางไว้ในที่ ๆ อุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลงมาก ไม่ควรโดนแสงแดงโดยตรง ให้วางไว้ใต้ร่มไม้ หรือใต้ชายคา&lt;br /&gt;3. ระบายอากาศได้ดี&lt;br /&gt;4. มีอาหาร เศษซากพืช ซากสัตว์ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์&lt;br /&gt;5. ความเป็นกรด – ด่าง อยู่ระหว่าง 5-8 แต่ความเหมาะสมอยู่ที่ 7&lt;br /&gt;ภาชนะที่ใช้เลี้ยง&lt;br /&gt;ไส้เดือน จะเลื้อยมากินอาหารบนผิวดิน ภาชนะที่ใช้เลี้ยงจึงควรมีพื้นผิวกว้าง มีก้นปิด สามารถเคลื่อนย้ายได้ วัสดุมีความชุ่มชื้น ไม่แห้ง ระบายน้ำได้ดี ไม่เปียกแฉะ ไม่ม่น้ำขัง เช่น&lt;br /&gt;ถังพลาสติก&lt;br /&gt;กระบะไม้&lt;br /&gt;กระบะพลาสติก&lt;br /&gt;บ่อซีเมนต์&lt;br /&gt;ขนาดของภาชนะกับปริมาณไส้เดือน&lt;br /&gt;จำนวนคนในบ้าน ปริมาณไส้เดือน(น้ำหนัก) ขนาดของภาชนะ&lt;br /&gt;1-2 คน 500 ก. 60x60x30 ซม.&lt;br /&gt;2-3 คน 1 ก.ก. 75x60x30 ซม.&lt;br /&gt;4-6 คน 1.5 ก.ก. 90x60x30 ซม.&lt;br /&gt;การหมักปุ๋ยด้วยไส้เดือนในถังพลาสติก&lt;br /&gt;แบ่งถังออก 3 ส่วน&lt;br /&gt;ส่วนล่างสุดจะรองรับน้ำ&lt;br /&gt;ส่วนที่ 2 ที่อยู่อาศัย&lt;br /&gt;ส่วนที่ 3 เป็นอาหาร&lt;br /&gt;ส่วนล่างสุด ใส่ก้อนหินบริเวณก้นถัง เฉลี่ยสูง 15 ซม. ตัดแผ่นไม้เป็นวงกลม เจาะรู วางทับบนก้อนหิน&lt;br /&gt;ส่วน ที่สอง ที่อยู่อาศัย วางไส้เดือนลงบนแผ่นไม้ ประมาณ 50-10 ตัว ใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก เศษใบไม้ หนา 15-30 ซม. โรยปิดทับด้วย ดินแห้ง หนาประมาณ 1 นิ้ว&lt;br /&gt;ส่วน ที่สาม ใส่เศษพืชผัก ใบไม้ เศษฟาง หรือแม้แต่เศษวัชพืช ควรสูงประมาณ 3 นิ้ว ใช้ฝาปิด หากไม่มีฝา ใช้ฟางข้าว หรือกระดาษหนังสือพิมพ์ปิด&lt;br /&gt;การให้อาหารไส้เดือน&lt;br /&gt;ควรให้ที่ละน้อย แต่ให้บ่อย ๆ ครั้ง เพราะให้มากไส้เดือนจะกินไม่ทัน อาหารจะเน่ากลิ่นเหม็น นอกจากนี้จะทำให้เกิดความร้อนสูงจากการหมัก ทำให้ไส้เดือนตายได้ โดยปกติถ้ามีปริมาณไส้เดือนมากพอ จะกินอาหารหมดภายใน 2-3 วัน และเศษอาหารควรสับเป็นชิ้นเล็กๆ จะถูกย่อยเร็วขึ้น&lt;br /&gt;อาหารเลี้ยงไส้เดือนได้ เลี้ยงไม่ได้&lt;br /&gt;เปลือกผัก เปลือกส้ม&lt;br /&gt;เศษผัก ผลิตภัณฑ์จากนม&lt;br /&gt;เปลือกไข่ เนื้อ / ปลา&lt;br /&gt;เปลือกผลไม้ ขี้หมา / ขี้แมว&lt;br /&gt;เศษอาหารที่ปรุงแล้ว ดอกไม้จากตลาด (ปนเปื้อนสารเคมี)&lt;br /&gt;เศษหนังสือพิมพ์ พลาสติก แก้ว กระป๋อง&lt;br /&gt;กากกาแฟ ใบชา&lt;br /&gt;เปลือกหอม&lt;br /&gt;ปุ๋ยหมัก และปุ๋ยน้ำไส้เดือน&lt;br /&gt;หลัง ให้อาหาร 2-3 เดือน ไส้เดือนจะเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และพวกอาหารก็จะเปลี่ยนเป็นปุ๋ยหมัก สีดำ มีฮิวมัสมากมีคุณค่าทางอาหารสูงและหากปริมาณมากพอโกยเอาเศษอาหารด้านบนที่ ยังไม่ได้กินหรือกินไม่หมดออก แล้วตักเอาปุ๋ยหมักไส้เดือนออกจากถัง แล้วเทลงบนพื้นปลูกเพื่อแยกไส้เดือน&lt;br /&gt;วิธีแยก 1. วิธีเขี่ยแยกปุ๋ยกับไส้เดือน โดยแยกไปเรื่อย ๆ เริ่มจากด้านนอกก่อน&lt;br /&gt;ไส้เดือนจะหนีเข้าข้างในกองปุ๋ย&lt;br /&gt;2. เทปุ๋ยบนพื้นที่มีแสงแดด หนาประมาณ 5 ซม. แล้วเอาหนังสือพรมน้ำ&lt;br /&gt;ปิดบังแสงไว้ครึ่งหนึ่ง ไส้เดือนจะหนีแสงมาอยู่ด้านไม่มีแสง ทำไปเรื่อย ๆ&lt;br /&gt;จนหมด เหลือเฉพาะไส้เดือน&lt;br /&gt;ปุ๋ย น้ำ ที่ได้จะอยู่ด้านล่างของถัง จะเป็นปุ๋ยอย่างดี ผสมน้ำ 1 : 10 ใช้รดพืชผักสวนครัว ไม้ดอกไม้ประดับ ควรจะมีก๊อกน้ำก้นถัง เพื่อเอาปุ๋ยน้ำ&lt;br /&gt;การหมักปุ๋ยหมักด้วยไส้เดือนในแปลงดิน&lt;br /&gt;พิจารณาแปลงดินที่มีไส้เดือน แต่หากมีน้อยก็ควรเติมไส้เดือน&lt;br /&gt;โรยเศษผักสด เศษหญ้า เศษใบไม้ เศษฟาง ด้านบนแปลง&lt;br /&gt;โรยทับด้วยดินร่วน&lt;br /&gt;ปิดทับด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ให้ทั่วแปลง (ช่วยเก็บความชื้นและป้องกันวัชพืช)&lt;br /&gt;ไส้เดือนจะเลื้อยกินอาหาร 2-3 สัปดาห์ ก็จะกลายเป็นปุ๋ยและสามารถนำกล้าไม้มาปลูกในแปลงได้เลย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1040139912002593366-5002138209926779945?l=xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/feeds/5002138209926779945/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/2009/08/blog-post_26.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1040139912002593366/posts/default/5002138209926779945'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1040139912002593366/posts/default/5002138209926779945'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/2009/08/blog-post_26.html' title='การทำปุ๋ยหมักไส้เดือน'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpRXwozGCxI/AAAAAAAAABw/_Zb2Fr-McGs/s72-c/2009126_52676.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1040139912002593366.post-3912872961165852190</id><published>2009-08-24T22:30:00.002+07:00</published><updated>2009-08-24T22:32:58.434+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเลี้ยงไส้เดือน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การ เลี้ยง ไส้เดือน ดิน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การ เพาะ เลี้ยง ไส้เดือน'/><title type='text'>พฤติกรรมของไส้เดือน อีกหนึ่งพื้นฐานในการเลี้ยงไส้เดือน</title><content type='html'>พฤติกรรมของไส้เดือน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpKyhTkCUBI/AAAAAAAAABg/xvmUGrFsNpo/s1600-h/1190268846_62521190268846_6252.jpg"&gt;&lt;img style="cursor: pointer; width: 305px; height: 320px;" src="http://4.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpKyhTkCUBI/AAAAAAAAABg/xvmUGrFsNpo/s320/1190268846_62521190268846_6252.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5373553590663270418" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระบบนิเวศ การแพร่กระจายพันธุ์ และพฤติกรรมของไส้เดือนดิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระบบนิเวศ นั้นมีความสัมพันธ์กับการแพร่กระจายตัวของไส้เดือนดินทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยสภาพอากาศที่แตกต่างกันเช่น พื้นที่ในเขตร้อน เขตอบอุ่นและเขตหนาว ลักษณะภูมิประเทศที่แตกต่างกัน เช่น พื้นที่สูง (ภูเขา) พื้นที่ราบ รวมถึงพื้นที่ ที่มีน้ำท่วมขัง แห้งแล้ง ตลอดจนกำแพงธรรมชาติ อาทิเช่น ทะเล มหาสมุทร ทะเลทรายและแม่น้ำเป็นต้น ซึ่งปัจจัยข้างต้นมีผลอย่างยิ่งต่อการกระจายพันธุ์ของไส้เดือนดิน โดยเป็นตัวกำหนดและควบคุมชนิดของสายพันธุ์ ปริมาณและการกระจายพันธุ์ของไส้เดือนดิน นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการแพร่กระจายพันธุ์ของ ไส้เดือนดินในกลุ่มเพอริคริน(Perigrine) นั้นก็คือ มนุษย์ เนื่องจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ เช่น การเกษตรกรรม การปรับพื้นที่ รวมถึงการเคลื่อนย้ายดิน การใช้พื้นที่ในการสร้างอาคารบ้านเรือน หรือ ค้าขายระหว่างประเทศ ซึ่งทำให้เกิดการ เคลื่อนย้ายดินและต้นไม้ซึ่งมีตัวไส้เดือนดินติดไปด้วย และการนำเข้าสายพันธุ์ไส้เดือนดินเพื่อใช้ในการวิจัย หรือใช้ทางการค้า ก็เป็นต้นเหตุของการแพร่กระจายตัวของไส้เดือนดินด้วย&lt;br /&gt;สภาพแวดล้อมที่แตก ต่างกันดังกล่าว ส่งผลให้ไส้เดือนดินที่แพร่กระจายพันธุ์อยู่บริเวณนั้นมีลักษณะพฤติกรรมที่ แตกต่างกันออกไป โดยพฤติกรรมหลายๆ อย่างของไส้เดือนดินพบว่า มีผลมาจากปัจจัยแวดล้อมเป็นตัวกระตุ้นเช่น สภาพพื้นที่ ฤดูกาล และสภาพของแหล่งที่อยู่ โดยพฤติกรรมต่างๆ เหล่านั้นมักเกิดขึ้นเพื่อการดำรงชีวิตให้รอดปลอดภัยจากอันตรายทั้งสิ้น ในการสำรวจการแพร่กระจายพันธุ์ของไส้เดือนดิน ที่ให้ทราบถึงชนิดของสายพันธุ์ ปริมาณ ตลอดจนการกระจายพันธุ์ของไส้เดือนดินแต่ละชนิด สามารถทำการตรวจวัดโดยวิธีการประเมินประชากรไส้เดือนดิน ด้วยวิธีต่างๆ ทั้งทางวิธีกล ทางเคมี และทางกายภาพ เช่น การนับด้วยมือ การใช้สารเคมี การใช้ความร้อน และการใช้ไฟฟ้ากระตุ้น เป็นต้น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1040139912002593366-3912872961165852190?l=xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/feeds/3912872961165852190/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/2009/08/blog-post_24.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1040139912002593366/posts/default/3912872961165852190'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1040139912002593366/posts/default/3912872961165852190'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/2009/08/blog-post_24.html' title='พฤติกรรมของไส้เดือน อีกหนึ่งพื้นฐานในการเลี้ยงไส้เดือน'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpKyhTkCUBI/AAAAAAAAABg/xvmUGrFsNpo/s72-c/1190268846_62521190268846_6252.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1040139912002593366.post-3264325608832485345</id><published>2009-08-24T03:55:00.000+07:00</published><updated>2009-08-24T04:00:27.000+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเลี้ยงไส้เดือน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การ เลี้ยง ไส้เดือน ดิน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การ เพาะ เลี้ยง ไส้เดือน'/><title type='text'>วงจรชีวิตของไส้เดือน (พื้นฐานการเลี้ยงไส้เดือน)</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGtQc5rZFI/AAAAAAAAABM/evslAX3ZXY4/s1600-h/2009126_52676.jpg"&gt;&lt;img style="cursor: pointer; width: 266px; height: 300px;" src="http://4.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGtQc5rZFI/AAAAAAAAABM/evslAX3ZXY4/s320/2009126_52676.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5373266328577336402" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วงจรชีวิตของไส้เดือนดินจะประกอบด้วย ระยะถุงไข่(Cocoon) ระยะตัวอ่อน ระยะก่อนเต็มวัย และระยะตัวเต็มวัย(ไคเทลลัมเจริญเต็มที่) โดยทั่วไปไส้เดือนดินจะจับคู่ผสมพันธุ์กันในบริเวณใต้ดิน แต่บางสายพันธุ์ก็จับคู่ผสมพันธุ์กันบริเวณผิวดินด้วย ลักษณะการผสมพันธุ์ของไส้เดือนดินจะมีลักษณะนำส่วนท้องที่เป็นส่วนของไคลเท ลลัมมาแนบติดกันและสลับหัวสลับหางกัน ซึ่งจะพบไส้เดือนดินจับคู่ผสมพันธุ์กันมากในช่วงที่เห็นไคลเทลลัมชัดเจน ซึ่งเมื่อจับคู่ผสมพันธุ์กันแล้วไส้เดือนดินแต่ละตัวก็จะสร้างถุงหุ้มไข่ที่ เรียกว่าโคคูน เคลื่อนผ่านไปบริเวณส่วนหัวรับไข่และสเปิร์มเข้าไปภาย ในและเคลื่อนออกมานอกลำตัวในบริเวณช่องสืบพันธุ์เพศเมีย ตัวอ่อนพัฒนาอยู่ภายในถุงและฟักเป็นตัวในเวลาต่อมา&lt;br /&gt;ถุงไข่ของไส้เดือนดิน นั้นมีหลายขนาดและมีรูปร่างที่แตกต่างกันออกไปคือ แบบหัวแหลมท้ายแหลม แบบรูปทรงกลม และรูปทรงรี ถุงไส้เดือนมีขนาดใหญ่สุดคือ มากกว่า 75-20 มิลลิเมตร และเล็กสุดมีขนาดน้อยกว่า 1 มิลลิเมตร&lt;br /&gt;อิทธิพลของสภาพแวดล้อม ที่มีต่อการสร้างถุงไข่ คือ อุณหภูมิ และความชื้น โดยในประเทศไทยอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเลี้ยงไส้เดือนสานพันธุ์ไทยคือ ประมาณ 15-25 องศาเซลเซียส ในฤดูฝนที่มีความชื้นสูงไส้เดือนจะสร้างถุงไข่ได้มากกว่าในช่วงฤดูร้อนหรือ ฤดูหนาว ในบริเวณที่มีความชื้นมากไส้เดือนดินจะสร้างถุงไข่และวางถุงไข่ไว้บริเวณ ใกล้กับผิวดินและในบริเวณ ที่แห้งแล้งไส้เดือนดินจะวางถุงไข่ในชั้นดินที่ลึกกว่า ไส้เดือนดินที่ฟักออกจากถุงไข่ใหม่ๆ จะมีลำตัวใสและเห็นเส้นเลือดในลำตัวชัดเจน แต่เมื่อเจริญเติบโตขึ้นลำตัวจะเริ่มเปลี่ยนสี ซึ่งในการเจริญเติบโตของไส้เดือนดิน จะไม่มีการเพิ่มจำนวนปล้องแต่จะขยายขนาดของปล้องให้มีขนาดใหญ่ขึ้น จนกระทั่งโตเต็มวัยอวัยวะสืบพันธุ์ต่างๆ จะพัฒนาขึ้นจนเห็นเด่นชัด โดยเฉพาะไคลเทลลัม จะสามารถเห็นได้ชัดเจนขึ้นที่บริเวณส่วนหัว ระยะนี้ไส้เดือนดินก็จะมีการจับคู่ผสมพันธุ์และสร้างถุงไข่ได้ ภายหลังจากไส้เดือนดินเจริญเติบโตเต็มวัยแล้วจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ยาว นานหลายปีในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเลี้ยงไส้เดือนจำเป็นที่ต้องมีทั้งวามอดทนและการเอาใจใส่นะครับ ขอให้ทุกท่านจงโชคดีกับการเลี้ยงไส้เดือนครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1040139912002593366-3264325608832485345?l=xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/feeds/3264325608832485345/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/2009/08/blog-post_5430.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1040139912002593366/posts/default/3264325608832485345'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1040139912002593366/posts/default/3264325608832485345'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/2009/08/blog-post_5430.html' title='วงจรชีวิตของไส้เดือน (พื้นฐานการเลี้ยงไส้เดือน)'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGtQc5rZFI/AAAAAAAAABM/evslAX3ZXY4/s72-c/2009126_52676.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1040139912002593366.post-6659980623340752647</id><published>2009-08-24T03:43:00.000+07:00</published><updated>2009-08-24T03:53:24.005+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเลี้ยงไส้เดือน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การ เลี้ยง ไส้เดือน ดิน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การ เพาะ เลี้ยง ไส้เดือน'/><title type='text'>การจำแนกสายพันธุ์ไส้เดือนดิน พื้นฐานของการเลี้ยงไส้เดือน</title><content type='html'>&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การจำแนกสายพันธุ์ไส้เดือนดิน พื้นฐานของการเลี้ยงไส้เดือน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGqcNRRWWI/AAAAAAAAABE/MQNRL_Xsp5A/s1600-h/20070617164243.jpg"&gt;&lt;img style="cursor: pointer; width: 320px; height: 239px;" src="http://1.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGqcNRRWWI/AAAAAAAAABE/MQNRL_Xsp5A/s320/20070617164243.jpg" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5373263232004872546" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเลี้ยงไส้เดือนอันดับแรกเราต้องสามารถจำแนกสายพันธุ์ได้ก่อนนะครับ  ไปดูกันเลย&lt;br /&gt;ไส้เดือน ดินจัดอยู่ในอาณาจักรสัตว์(Animalia) ศักดิ์แอนนิลิดา (Phylum: Annelida) ชั้น โอลิโกซีตา (Class: Oligochaeta) ตระกูลโอพิสโธโพรา (Order: Opisthopora) สำหรับ วงศ์ (Family) ของไส้เดือนดินนั้น มีนักวิทยาศาสตร์หลายท่านได้จัดจำแนกออกเป็นจำนวนวงศ์ที่แตกต่างกันออกไป และจากการจำแนกสายพันธุ์ไส้เดือนดินล่าสุด โดย Renolds and Cook (1993) ได้จัดจำแนกไส้เดือนดินที่อยู่ในตระกูลโอพิสโธโพราทั้งหมดออกเป็น 21 วงศ์&lt;br /&gt;ใน การจัดแบ่งกลุ่มของไส้เดือนดินโดยอาศัยพื้นฐานด้านความแตกต่างของที่อยู่ อาศัย นิสัยการกินอาหาร และระดับความลึกของชั้นดินในแนวดิ่งที่ไส้เดือนดินเหล่านั้นอาศัยอยู่ แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ ไส้เดือนดินที่อาศัยอยู่บริเวณผิวดินที่ไม่มีการขุดรู กับไส้เดือนที่อาศัยอยู่ในดินและอาศัยอยู่ภายในรู ซึ่ง ไส้เดือนดินที่อาศัยอยู่ในบริเวณผิวดินมักจะมีสีของลำตัวค่อนข้างเข้ม สามารถสร้างโคคูน ได้มากและเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยได้เร็ว สำหรับไส้เดือนดินอีกกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ในดินที่ลึกกว่าจะมีลำตัวสี ซีดกว่า ผลิตโคคูนได้น้อย และโตเต็มวัยได้ค่อนข้างช้า โดยทั่วไปไส้เดือนดินในกลุ่มนี้จะมีลำตัว ขนาดใหญ่กว่ากลุ่มแรก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ที่ได้จัดจำแนกไส้เดือนดินแป็นกลุ่มต่างๆ ดังกล่าวประกอบด้วย Piearce (1972), Bouche (1971, 1977) , Lavelle (1979)&lt;br /&gt;ซึ่ง นอกจากกลุ่มของไส้เดือนดินที่ได้จัดจำแนกดังกล่าว ยังมีไส้เดือนดินบางชนิดที่อาศัยอยู่ในที่พิเศษอื่นๆ ซึ่งพบได้น้อยในดินหรือในขยะหรือในสภาพแวดล้อมทั่วไป เช่น ไส้เดือนดิน พวกที่อาศัยอยู่ใต้เปลือกไม้ ท่อนซุงที่เน่าเปื่อย ในรากพืช หรือใต้พืชจำพวกมอส และซอกใบไม้ของต้นไม้ในป่าเขตร้อนที่ยังไม่ได้จำแนกอีกด้วย&lt;br /&gt;วิธีการจัด จำแนกไส้เดือนดินอย่างง่ายสามารถสังเกตได้จาก 1) ขนาดและความยาวของลำตัว 2) สีหรือแถบสีของลำตัว และ 3) แหล่งที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหาร ในลำดับแรกจะแบ่งกลุ่มไส้เดือนเป็น 2 กลุ่มใหญ่ก่อน เป็น ไส้เดือนดินสีแดง และ ไส้เดือนดินสีเทา แล้วจึงพิจารณาถึงขนาดความยาวของลำตัว ถิ่นที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหารของมันในลำดับถัดไป&lt;br /&gt;ตัวอย่างสายพันธุ์ ไส้เดือนดินสีเทา เช่น พันธุ์ Pheretima posthuma ซึ่งเป็นไส้เดือนดินพันธุ์ที่มีลำตัวสีเทา ขนาดใหญ่ยาวประมาณ 6-8 นิ้ว อาศัยอยู่ในดินในสวนผลไม้ หรือในสนามหญ้า ในชั้นดินที่ค่อนข้างลึก กินเศษใบไม้ที่เน่าเปื่อย และดินบางส่วนเป็นอาหาร และไส้เดือนดินพันธุ์สีแดง เช่น พันธุ์ Pheretima peguana เป็นไส้เดือนดินที่มีลำตัวเป็นสีแดงออกม่วง ยาวประมาณ 2-5 นิ้ว อาศัยอยู่ในมูลสัตว์ หรือ กองเศษซากพืชที่เน่าเปื่อย ที่มีความชื้นสูง กินมูลสัตว์ และเศษซากพืชที่เน่าเป็นอาหาร&lt;br /&gt;ในปัจจุบันมีการจำแนกไส้เดือน ดินทั่วโลกได้ 4,000 กว่าชนิด สายพันธุ์ที่นำมาใช้กำจัดขยะอินทรีย์ทางการค้ามีประมาณ 15 ชนิด ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มของ Megadrili ในวงค์ Lumbricidae ซึ่งอาศัยอยู่ในขยะอินทรีย์และมูลสัตว์ เช่น สายพันธุ์ Lumbricus rubellus, Eisenia foetida, Eudrilus eugeniae, Pheretima peguana, Perionyx excavatus เป็นต้น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1040139912002593366-6659980623340752647?l=xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/feeds/6659980623340752647/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/2009/08/blog-post_23.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1040139912002593366/posts/default/6659980623340752647'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1040139912002593366/posts/default/6659980623340752647'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/2009/08/blog-post_23.html' title='การจำแนกสายพันธุ์ไส้เดือนดิน พื้นฐานของการเลี้ยงไส้เดือน'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGqcNRRWWI/AAAAAAAAABE/MQNRL_Xsp5A/s72-c/20070617164243.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1040139912002593366.post-824823981571328626</id><published>2009-08-24T03:31:00.000+07:00</published><updated>2009-08-24T03:43:23.559+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเลี้ยงไส้เดือน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การ เลี้ยง ไส้เดือน ดิน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การ เพาะ เลี้ยง ไส้เดือน'/><title type='text'>รวมตลาดซื้อขาย ไส้เดือน</title><content type='html'>การเลี้ยงไส้เดือนเป็นธุรกิจใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาในปัจจุบันเพราะการเลี้ยงไส้เดือนในปัจจุบันสามารถสามารถสร้างรายได้อย่างงามให้แก่ผู้เลี้ยง สำหรับท่านใดต้องการซื้อหรือขายไส้เดือนก็สามารถให้เราเป็นสื่อกลางให้ได้ หรือติดปัญหาเกี่ยวกับการเลี้ยงไส้เดือนก็สามารถเมลล์เข้ามาสอบถามเราได้นะครับ หรือท่านใดต้องการซื้อไส้เดือนก็สามารถติดต่อเข้าไปได้ที่ รายชื่อต่างตามด้านล่างนี้นะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บริษัท เจริญโภคภัณฑ์เมล็ดพันธุ์ จำกัด จังหวัดชุมพรจำหน่ายราคากิโลกรัมละ 500 บาท สนใจติดต่อได้ที่ : 087-7599929 , 085-7062484(ต้องการขายไส้เดือน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ศูนย์ จำหน่ายไส้เดือนดินสำหรับผู้ที่สนใจทดลองเพาะเลี้ยงไส้เดือนดิน (ภาคตะวันออก) จำหน่ายราคากิโลกรัมละ 400 บาท สนใจติดต่อได้ที่ :คุณวินิจ 089-3937830(ต้องการขายไส้เดือน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณชูศักดิ์ สุวรรณประเสริฐ ฟาร์ม 95 160/207 ท่ารถ บขส. อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี 71000จำหน่ายราคากิโลกรัมละ ... บาท สนใจติดต่อได้ที่ : 081-0055135(ต้องการขายไส้เดือน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณเทวา (เต้) 5 หมู่8 บ้านเหล่าใหญ่ ตำบลหันนางรม อำเภอศรีบุญเรื่อง จังหวัดหนองบัวลำภูจำหน่ายราคากิโลกรัมละ ... บาท สนใจติดต่อได้ที่ : 081-6319628&lt;br /&gt;(ต้องการขายไส้เดือน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณอรรษดิษฐ์ ทองสุวรรณ 94 หมู่10 ตำบลท่าจำปี อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา 56000จำหน่ายราคากิโลกรัมละ ... บาท สนใจติดต่อได้ที่ : 085-7130144&lt;br /&gt;(ต้องการขายไส้เดือน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณประพาฬศิลป์ มินประพาฬ 29/10 หมู่บ้านรัตนมาลา ตำบลน้ำริม อำเภอเมือง จังหวัดตาก 63000จำหน่ายราคากิโลกรัมละ ... บาท สนใจติดต่อได้ที่ : 086-6709631&lt;br /&gt;(ต้องการขายไส้เดือน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณสุเทพ วิริยา อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ จำหน่ายราคากิโลกรัมละ ... บาท สนใจติดต่อได้ที่ : 089-8536399&lt;br /&gt;(ต้องการขายไส้เดือน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณ สมพิศ ศรีบัวทอง 141 บ้านห้วยยา ตำบลตาดตุ้ม อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ 50190จำหน่ายราคากิโลกรัมละ ... บาท สนใจติดต่อได้ที่ : 089-2623669&lt;br /&gt;(ต้องการขายไส้เดือน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณ นิวัฒน์ อ่างเกียรติกูล (เอก) 35 หมู่ 8 ตำบลแซ่ช้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ จำหน่ายราคากิโลกรัมละ ... บาท สนใจติดต่อได้ที่ : 085-5208239&lt;br /&gt;(ต้องการขายไส้เดือน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บ้านสวนไส้เดือน ณิชาฟาร์ม (ปุ๊) คุณประเสริฐ อารหามวงษ์ 49 หมู่ 2 บ้านร้องเมิง ตำบลหนองแหย่ง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เพาะเลี้ยง ขยายพันธุ์ จำหน่าย แปรรูป สนใจติดต่อได้ที่ : 084-4880798 Email: e20gs[at]hotmail.com&lt;br /&gt;(ต้องการขายไส้เดือน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณ เสน่ห์ ทองสว่าง เลขที่ 97/1 หมู่ 3 ตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน จำหน่ายราคากิโลกรัมละ ... บาท สนใจติดต่อได้ที่ : 080-1307780 , 053-553076&lt;br /&gt;(ต้องการขายไส้เดือน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณพนม นากรณ์ เลขที่ 87/1 หมู่ 5 ตำบลเหมืองแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จำหน่ายราคากิโลกรัมละ ... บาท สนใจติดต่อได้ที่ : 086-1823756&lt;br /&gt;(ต้องการขายไส้เดือน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณอนันต์ชัย เนตรธิยา หมู่บ้านจรรยาวัลย์ หมู่ 5 ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ จำหน่ายราคากิโลกรัมละ ... บาท สนใจติดต่อได้ที่ : 084-0426584&lt;br /&gt;(ต้องการขายไส้เดือน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณธนินทร์ เฉลิมวัฒนาจำหน่ายราคากิโลกรัมละ ... บาท สนใจติดต่อได้ที่ : 081-5313844&lt;br /&gt;E-mail: cdnanit[at]hotmail.com&lt;br /&gt;(ต้องการขายไส้เดือน)&lt;br /&gt;สำหรับผู้ที่ต้องการประกาศขายไส้เดือน หรือ ซื้อไส้เดือน สามารถแจ้งเข้ามาได้ที่ E-mail:gootum7[at]gmail.com ทางทีมงานจะทำการ เพิ่มรายชื่อ ผู้ประกาศขายไส้เดือน หรือ ผู้ประกาศซื้อไสเดือนให้ครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1040139912002593366-824823981571328626?l=xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/feeds/824823981571328626/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/2009/08/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1040139912002593366/posts/default/824823981571328626'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1040139912002593366/posts/default/824823981571328626'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12cm3bu6bfo6b2a7b9a2a4if2d6de.blogspot.com/2009/08/blog-post.html' title='รวมตลาดซื้อขาย ไส้เดือน'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
